Friday, December 12, 2025

อายุ 86 ปี... แก่เกินไปที่จะผ่าตัดเข่าจริงหรือ? หรือเรากำลังปิดโอกาสความสุขในบั้นปลายชีวิต?

 



อายุ 86 ปี... แก่เกินไปที่จะผ่าตัดเข่าจริงหรือ? หรือเรากำลังปิดโอกาสความสุขในบั้นปลายชีวิต?

"คุณหมอคะ คุณพ่ออายุ 86 ปีแล้ว ท่านบ่นปวดเข่าทุกวัน เดินไปห้องน้ำก็ลำบาก สงสารท่านมากค่ะ แต่พอไปปรึกษาญาติๆ ทุกคนก็เบรกหัวทิ่ม บอกว่า 'อย่าทำเลย แก่ป่านนี้แล้ว เดี๋ยวไม่ฟื้น' สรุปแล้ว อายุขนาดนี้ผ่าได้ไหมคะ หรือต้องทนปวดไปตลอดชีวิต?"

นี่คือคำถามที่ลูกหลานที่มีความกตัญญูหลายคนหนักใจครับ ใจหนึ่งก็ไม่อยากเห็นร่มโพธิ์ร่มไทรของบ้านต้องทนทุกข์ทรมานกับความปวด แต่อีกใจก็กลัวความเสี่ยง กลัวว่าผ่าแล้วจะมีปัญหาแทรกซ้อน เพราะตัวเลข "86" มันดูมากเหลือเกิน

วันนี้หมอเก่งขอมาเปิดอกคุยเรื่องนี้ให้ฟังชัด ๆ ครับ ว่าในทางการแพทย์ปัจจุบัน "ตัวเลขเป็นเพียงมายา สภาพร่างกายสิของจริง" คนอายุ 80-90 ปี ที่เดินปร๋อหลังผ่าตัด มีให้เห็นเยอะแยะไปครับ ถ้าเรามีการเตรียมตัวที่ถูกต้อง


ความจริงข้อที่ 1: เราผ่าตัดที่ "ร่างกาย" ไม่ใช่ที่ "บัตรประชาชน"

หมออยากให้ปรับมุมมองใหม่ครับ เวลาหมอพิจารณาคนไข้ว่าจะผ่าตัดได้ไหม หมอไม่ได้ดูแค่ปี พ.ศ. เกิด แต่หมอจะดูสิ่งที่เรียกว่า "อายุทางสรีรวิทยา" (Physiological Age)

บางคนอายุ 60 ปี แต่สูบบุหรี่จัด เป็นเบาหวานคุมไม่ได้ ไตเสื่อม แบบนี้ความเสี่ยงอาจจะมากกว่าคนอายุ 85 ปี ที่ดูแลตัวเองดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือคุมโรคได้ดีเสียอีกครับ

ดังนั้น ถ้าถามหมอว่า "86 ผ่าได้ไหม?" คำตอบคือ "ผ่าได้แน่นอนครับ" ถ้าหัวใจยังดี ปอดยังดี และสภาพร่างกายโดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน


ทำไมต้องผ่า? อายุขนาดนี้แล้ว ทน ๆ ไปไม่ได้เหรอ?

หลายคนคิดว่า "อยู่มาจนป่านนี้แล้ว อีกไม่กี่ปีก็ไปแล้ว จะเจ็บตัวทำไม"

แต่หมออยากชวนคิดแบบนี้ครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการแพทย์ดีขึ้น คนเราอายุยืนขึ้นเฉลี่ยเป็น 90-95 ปีกันแล้ว ถ้าคุณยายอายุ 86 ปี แปลว่าท่านอาจจะมีเวลาอยู่กับเราอีก 5-10 ปี

ถามว่า... เราอยากให้ท่านใช้เวลา 10 ปีสุดท้ายของชีวิต แบบ "นอนติดเตียง ร้องโอดโอยด้วยความปวด" หรืออยากให้ท่าน "เดินไปตักบาตร นั่งทานข้าวกับลูกหลาน และยิ้มได้อย่างมีความสุข"?

เป้าหมายของการผ่าตัดเข่าในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เพื่อไปวิ่งมาราธอนครับ แต่เพื่อ "คุณภาพชีวิต" (Quality of Life) ให้ท่านช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน และมีความสุขทางใจครับ


กุญแจความสำเร็จ: "การเตรียมความพร้อม" คือหัวใจสำคัญ

การผ่าตัดในวัย 86 ปี ย่อมมีความเสี่ยงมากกว่าคนหนุ่มสาวแน่นอนครับ แต่เราสามารถ "ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด" ได้ ด้วยการเตรียมตัวคนไข้ให้เป๊ะที่สุด (Optimization) ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ดังนี้ครับ:

1. ทีมแพทย์ต้องพร้อม (Multidisciplinary Team): ไม่ใช่แค่หมอกระดูกคนเดียวนะครับ แต่ต้องทำงานร่วมกับ "อายุรแพทย์โรคหัวใจ" และ "หมอดมยา" เพื่อประเมินหัวใจและปอดอย่างละเอียด เช็กความฟิตของร่างกาย (Medical Clearance) ถ้าหัวใจแข็งแรงพอ ก็ผ่านด่านแรกได้ครับ

2. คุมโรคประจำตัวให้นิ่ง:

  • เบาหวาน: น้ำตาลสะสม (HbA1c) ไม่ควรสูงเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงแผลติดเชื้อ
  • ความดันโลหิต: ต้องคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ยาละลายลิ่มเลือด: ต้องมีการหยุดยา หรือปรับยาตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดก่อนผ่าตัด

3. ภาวะซีดและสารอาหาร: ผู้สูงอายุมักจะซีด หรือขาดสารอาหารโดยไม่รู้ตัว หมอจะเจาะเลือดดูค่าความเข้มข้นเลือด และค่าโปรตีน (Albumin) ถ้าต่ำไป ต้องบำรุงด้วยไข่ขาว หรือธาตุเหล็กให้ร่างกายฟื้นฟูก่อนผ่า เพื่อให้แผลหายเร็วและมีแรงเดิน

4. สภาพจิตใจ: กำลังใจจากลูกหลานสำคัญที่สุดครับ บอกท่านว่าเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ไม่น่ากลัว แผลเล็ก เจ็บน้อย และหมอดูแลอย่างใกล้ชิด


เทคนิคการผ่าตัดสำหรับ "วัยเก๋า"

ในคนไข้สูงอายุ หมอจะเน้นเทคนิคที่ "รวดเร็ว แม่นยำ และบอบช้ำน้อยที่สุด" ครับ

  • การระงับความรู้สึก: ส่วนใหญ่เราใช้วิธี "บล็อกหลัง" (Spinal Block) ร่วมกับการฉีดยาชาเฉพาะจุดรอบเข่า แทนการดมยาสลบทั้งตัว ทำให้คนไข้ไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงต่อสมองหรือปอด ฟื้นตัวไว ไม่มึนงง
  • เดินไว (ERAS: Enhanced Recovery After Surgery): เดี๋ยวนี้เราเน้นให้ลุกเดินภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดครับ เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และป้องกันปอดแฟบ ยิ่งลุกไว ยิ่งแข็งแรงไว

ERAS (อี-ราส) คือ "โปรแกรมฟื้นตัวไว หายเจ็บเร็ว ลุกเดินได้ทันใจ" ครับ

อธิบายง่ายๆ คือ เป็นแนวทางการดูแลคนไข้แบบใหม่ ที่เปลี่ยนจากความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า "ผ่าตัดเสร็จต้องนอนพักนานๆ" มาเป็น "เตรียมพร้อมให้ดี ผ่าตัดให้เจ็บน้อยที่สุด และลุกเดินให้ไวที่สุด" ครับ

หัวใจสำคัญ 3 ข้อ ของ ERAS:

  1. ไม่ต้องอดอาหารนาน: สมัยก่อนต้องอดข้ามวัน แต่ ERAS ให้งดน้ำงดอาหารสั้นลง ร่างกายจึงไม่เพลีย มีแรงฟื้นตัว
  2. ระงับปวดแบบพิเศษ: ใช้ยาแก้ปวดหลายชนิดร่วมกัน หรือการบล็อกหลัง เพื่อให้คนไข้ "ไม่เจ็บ" และ "ไม่มึนงง" จากยาสลบ
  3. ลุกเดินทันที: เป้าหมายคือให้ลุกนั่งหรือเดินภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด ยิ่งขยับไว ลำไส้ก็ทำงานไว เลือดลมเดินดี ไม่เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และแผลหายเร็วครับ

สรุป: ERAS ช่วยให้คนไข้ "เจ็บน้อยลง ฟื้นตัวไว กลับบ้านได้เร็ว และปลอดภัยกว่าเดิม" ครับ


การดูแลหลังผ่าตัด: พาคุณตาคุณยายกลับมาเดิน

หลังผ่าตัดเสร็จ ภารกิจยังไม่จบครับ การดูแลที่บ้านสำคัญมาก:

  • กันล้ม: ปรับสภาพบ้านให้ปลอดภัย ไม่มีพื้นต่างระดับ มีราวจับในห้องน้ำ
  • โภชนาการ: เน้นโปรตีนสูง ๆ ให้แผลสมานไว
  • กายภาพบำบัด: ลูกหลานต้องช่วยกระตุ้นให้ท่านขยับข้อเข่า เหยียดให้สุด งอให้ได้ เพื่อไม่ให้ข้อติดยึด

สรุป: ผ่าได้ไหม?

คำตอบคือ "ผ่าได้ครับ และผลลัพธ์มักจะดีเกินคาด"

หมอเคยผ่าตัดให้คนไข้สูงสุดอายุ 90 กว่าปี ท่านก็กลับมาเดินได้ ยิ้มแย้มมีความสุข ขอบคุณหมอที่ช่วยคืนชีวิตให้ท่านอีกครั้ง

ถ้าคุณพ่อคุณแม่สุขภาพโดยรวมยังแข็งแรง (หัวใจดี ปอดดี) เพียงแค่เข่าเสื่อม อย่าปล่อยให้ตัวเลข 86 มาเป็นกำแพงกั้นความสุขครับ พาท่านมาตรวจประเมินความพร้อมก่อน ถ้าผ่านเกณฑ์ ก็ลุยได้เลยครับ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของคนที่เรารัก


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng

#ผ่าตัดเข่าผู้สูงอายุ #เข่าเสื่อม #เปลี่ยนข้อเข่าเทียม #อายุ86ผ่าเข่าได้ไหม #เตรียมตัวก่อนผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ #ปวดเข่าเรื้อรัง #สังคมผู้สูงวัย #ดูแลพ่อแม่

No comments:

Post a Comment